หลายๆคนอาจจะเคยเห็นมีเขาทำกัน แต่ขอให้ถามตัวเองก่อนนะว่า ท่าที่ยกตัวอย่างมา ทำแล้ว ได้ประโยชน์อะไร สำหรับแม่และลูกต้องของเราบ้าง เช่น ท่าแอนหลังเยอะๆ คุณแม่ท้องส่วนใหญ่ น้ำหนักตัวจะเพิ่มประมาณ 10-16 กก. แต่เชื่อไหม ว่า แม่บางท่าน น้ำหนักขึ้นประมาณ 20 กก. ดังนั้น ลองถามตัวเองว่า เราจะปวดหลังขนาดไหน การออกกำลังกายมีเยอะมาก จำเป็น ต้องท่าพวกนี้ไหม หรือ อยากเก็บภาพสวยๆ ไว้ กลุ่มท่าที่เกี่ยวกับการเอาหน้าท้อง(สะดือ)วางลง ท่านี้คงต้องไม่ต้องอธิบายเหตุผลนะว่า เพราะ อะไร แต่เรามาดูกันดีกว่า ท่าที่ว่า มีอะไรบ้าง เช่น ท่าธนู (Bow Pose), ท่าตั๊กแตน (Locust Pose) , ท่างู (งูตัวเล็ก)( Cobra Pose) 2. ท่าที่เกี่ยวกับการ แอ่นหลังเยอะๆ เช่น 3. ท่าเกี่ยวกับการยืนด้วยหัว (Head Stand)
กลุ่มท่า Planksกลุ่มท่า การบิดลำตัวหรือท้องด้านข้าง เช่น Oblique Twists 3. กลุ่มท่าที่เกี่ยวกับการหน้าท้องส่วนบน ยกอกให้ลอยจากพื้น เช่น Crunchse 4. กลุ่มท่าที่เกี่ยวกับการหน้าท้องส่วนล่าง เช่น Reverse Leg Lowers เหตุผลที่เราควรหลีกเลี่ยงกลุ่มท่าต่างๆ ก็เนื่องจากคุณแม่จำนวน ไม่น้อยที่หลังคลอดพบปัญหา ภาวะหน้าท้องแยก หลังคลอดน้อง บางคน น้องโตแล้วภาวะท้องแยกก็ยังคงอยู่ บางคนหนักเข้า ต้องไปหาหมอผ่าตัดศัลยกรรมก็มี ดังนั้นป้องกันไว้ก่อนแก้ไขคะhttps://kruyogabangkok.com/prenatal-yoga
ครูโยคะบางกอก kruyogabangkok.com บริการจัดหา จัดส่งครูสอนโยคะ สอนเต้น เดินทางไปสอนถึงบ้านหรือที่ทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะเล่นกี่โมงนัดได้เลย หมดห่วงเรื่อง เวลา รถติดไปที่สตูคนก็เยอะ ครูดูแลไม่ทั่วถึง ไปถึงแล้วห้องเต็ม เสื่อที่สตูก็ลื่น ครูสอนไม่ถูกใจ หมดปัญหากวนใจ ครูโยคะบางกอกจะหาครูที่ถูกใจผู้เรียน มากที่สุด ขอแค่คุณโทรมาหาเรา โทร 081-404-7635
โยคะ Yoga ช่วยให้เกิดความแข็งแรงของร่างกายและเกิดความยืดหยุ่น โยคะช่วยฝึกสมาธิ โยคะ เป็นการเชื่อมโยงลมหายใจ กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ปัญหาที่พบของผู้ฝึกโยคะ อย่างหนัก ก็จะเป็นเรื่องของ ข้อต่อสะโพก และอาการปวดหลัง ซึ่งเกิดจากการใช้งานที่มากเกินไป, ยืดเกินไป ส่วนมากจะต้องทำท่าซ้ำๆ หลายครั้งต่อวัน หรือค้างท่า นั้นแป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการเจ็บปวดในที่สุด วิธีการ แก้ปัญหา อาจจะ ปรับพฤติกรรม หรือลดระดับการฝึกโยคะ ให้น้อยลง และ เปลี่ยนเป็นออกออกกำลังกายที่เป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝึกโยคะ หรือการออกกำลังกายในแบบต่างๆ ในแต่ละครั้งควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัย อย่าฝึนร่างกายมากเกินไปนะค่ะ
ความแตกต่าง ระหว่างโยคะ Yoga และ ออกกำลังกาย exercise โยคะ Yoga เป็นอาสนะหรือ ท่าทางต่างๆ เป็นท่าของร่างกายที่อยู่นื่งๆ ในท่าใดท่าหนึ่ง ในท่าสงบนิ่ง ความตึงของกล้ามเนื้อค่อยๆ ลดลงไปสู่ผ่อนคลาย และให้ความสำคัญที่จิตใจ โยคะ เป็นการเหยียดยืดกล้ามเนื้อมากกว่า การเกร็ง เน้นการประสานของระบบประสาทกับกล้ามเนื้อ นอกจากนั้น ช่วยพัฒนาอวัยวะในทรวงอก และ อวัยวะภายในช่องท้อง ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย การเกร็งกล้ามเนื้อ เป็นการพัฒนาระบบกล้ามเนื้อโดยตรง เป็นการใช้แรงให้มาก และค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การออกกำลังกาย Exercise หมายถึง การเคลื่อนไหว การใช้ความพยายาม เป็นการทำซ้ำๆ เพิ่มความเกร็ง-ตึงของกล้ามเนื้อเป็นสำคัญ
คุณแม่ตั้งครรภ์ หลายท่านมักจะมีปัญหา ตะคริว ปวดหลัง หรืออื่นๆ เมื่ออายุครรภ์เริ่มมากขึ้น อาจจะเนื่องมาจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อท้อง เริ่มโตขึ้น จนมีอาการกดทับเส้นประสาทที่กระดูกสันหลัง ทำให้ไม่สบายดัว วิธีการแก้ปัญหา คือ พบแพทย์ หรือ กินยา แต่ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด การออกกำลังกายจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ แต่คนท้องจะออกกำลังกายได้หรือ ?? คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้เช่นการเดิน การเล่นโยคะ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ โยคะเป็นการบริหาร กาย ลมหายใจ ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน การฝึกโยคะ ต้องมีสมาธิ สติ อยู่กับร่างกายตลอดเวลา ต้องการประสานลมหายใจเข้าออก และ การเคลื่อนไหว ร่างกายควบคู่กัน จึงจะทำให้เกิดความสมดุลในร่างกาย ท่าโยคะ จะช่วยทำให้ร่างกายยืดหยุ่นได้ดี ปรับสมดุลย์ของร่างกาย ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ระบบขับถ่ายดี ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ลดอาการนอนไม่หลับ ร่างกายแข็งแรง มีสมาธิและสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนี้ ท่าโยคะยังช่วยให้คุณแม่แข็งแรง คลอดง่าย และช่วยทำให้สรีระคุณแม่ไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก หากสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง หลังคลอดยังช่วยให้คุณแม่ได้หุ่นสวยกลับคืนมาได้เร็วขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามคุณแม่ต้องรอให้อายุครรภ์ อายุครรภ์เลย3เดือน ไปก่อน ถึงจะฝึกโยคะ หรือควรปรึกษาแพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และปฎิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่และ ลูกในครรภ์
การออกกำลังกายแบบเดิมๆ เริ่มเปลี่ยนไป ความต้องการของผู้บริโภคมีมากขึ้น การออกกำลังกายด้วยเสียงเพลง จังหวะสนุกๆ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออกกำลังกาย คงหนีไม่พ้น Zumba ซุมบ้า ซุมบ้าเป็นการเต้นแอโรบิกชนิดหนึ่งที่ใช้จังหวะการเต้นเป็นจังหวะช้าและเร็วสลับกัน โดยการเต้นซุมบ้ามีพื้นฐานมาจากการเต้นเพลงซัลซา ฟลามิงโก และการเต้นในรูปแบบเมอร์แรงเก้ ทำให้ผู้เต้นรู้สึกสนุกสนานมากกว่าการออกกำลังกายแบบทั่วไป โดยในการเต้นซูมบ้า ผู้เต้นไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือพื้นฐานในการเต้นมาก่อนก็ได้ ซุมบ้า (Zumba) เต้นซุมบ้ากันให้สะบัด มันส์กันให้กระจาย กับหลากหลายแนวเพลง Zumba มีทั้งแนวเต้นซุมบ้า เพลงไทย สากลรวมถึงเพลงลาติน กับการสอนเต้นซุมบ้า ที่ง่ายสนุกไปกับเสียงเพลง Zumba สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 369 แคลอรี่ และเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางร่างกาย อีกทั้งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกายไปได้พร้อม ๆ กัน ประโยชน์ของซุมบ้า นอกจากซุมบ้าจะเป็นการออกกำลังกายที่ให้จังหวะที่เร้าใจและทำให้รู้สึกสนุกแล้ว ซุมบ้าก็ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ได้แก่ เป็นการออกกำลังกายแบบทั้งร่างกาย สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย การเต้นซุมบ้าจะช่วยบริหารร่างกายหลาย ๆ ส่วนไปพร้อม ๆ กันได้ ช่วยในการลดน้ำหนัก การเต้นซุมบ้าช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ ซึ่งสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ หากออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ร่วมกับการควบคุมอาหารจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย ด้วยท่าเต้นที่กระตุ้นให้ผู้ออกกำลังกายเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา สามารถช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยง่าย เสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ซุมบ้าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจได้ การออกกำลังกายด้วยการเต้นซุมบ้าเป็นประจำสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด และปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายรับและนำไปใช้สูงสุด ซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจของผู้ออกกำลังกาย ควบคุมความดันโลหิต เมื่อหัวใจมีประสิทธิภาพในการทำงานเต็มที่ ก็จะช่วยลดปัญหาความดันโลหิตที่เกิดจากการที่หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือด ทำให้ความดันโลหิตลดลงจนเป็นปกติได้ ลดความเสี่ยงสุขภาพ การเต้นซุมบ้าสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ลดความดันโลหิต และลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีในร่างกายมากขึ้น นอกจากนี้ การเต้นซุมบ้ายังช่วยลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน และสามารถปรับเข้าได้กับการออกกำลังกายทุกระดับความเข้มข้น อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ที่ออกกำลังกายได้เข้าสังคมมากขึ้นหากไปออกกำลังกายด้วยการเต้นซุมบ้าในคลาสออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการออกกำลังกายให้กับผู้ที่เริ่มออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี ผลเสียจากการเต้นซุมบ้า ถึงการเต้นซุมบ้าจะมีประโยชน์มากมายกับสุขภาพ แต่การออกกำลังกายด้วยวิธีนี้ก็ยังมีข้อเสียอยู่ ที่สามารถเห็นได้ชัดคือ การเต้นซุมบ้าเป็นการเต้นที่ได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่มอันเนื่องมาจากจังหวะเพลง และท่าเต้น นอกจากจากนี้ การเต้นซุมบ้ายังอาจเป็นการออกกำลังกายที่ยากสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างหรือสุขภาพ เพราะอาจทำให้เต้นไม่ทัน จนทำให้รู้สึกไม่สนุก และไม่อยากออกกำลังกายได้
